|
|
|
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอุณหภูมิสูงตลอดทั้งปี โดยเฉพาะพื้นที่ภายนอกอาคารที่ต้องเผชิญกับแสงแดดโดยตรง พื้นไม้ ระแนง หรือผนังตกแต่งจึงต้องรับทั้งความร้อน ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิทุกวัน |
|
หากวัสดุไม่ได้ผ่านกระบวนการเตรียมโครงสร้างที่ดี อาจเกิดปัญหา โก่งงอ บิดตัว หดหรือขยายตัว จนส่งผลต่อความสวยงามและอายุการใช้งาน |
|
ด้วยเหตุนี้ Infinite Home จึงนำ เทคโนโลยี Heat Treatment มาใช้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงของโครงสร้างไม้สังเคราะห์ก่อนส่งมอบถึงลูกค้า |
|
Heat Treatment คือกระบวนการอบความร้อนในเตาอุตสาหกรรมที่ควบคุมอุณหภูมิและเวลาอย่างแม่นยำ เพื่อปรับสมดุลโครงสร้างของวัสดุให้มีความเสถียรมากขึ้น |
|
ไม้สังเคราะห์ของ Infinite Home ผ่านการอบที่อุณหภูมิ 55°C ภายในเตาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เป็นเวลานาน 12–24 ชั่วโมง ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณภาพและจัดส่ง |
|
แม้จะเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาและต้นทุนสูง แต่เป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยเพิ่มคุณภาพของสินค้าในระยะยาว |
|
|
ประเทศไทยมีอุณหภูมิพื้นผิวภายนอกอาคารที่สูงกว่าที่หลายคนคิด โดยเฉพาะบริเวณที่โดนแดดจัดตลอดวัน |
| เมื่อวัสดุต้องเผชิญกับการขยายตัวและหดตัวซ้ำ ๆ ทุกวัน หากโครงสร้างไม่มีความเสถียรเพียงพอ ก็อาจเกิดปัญหา เช่น |
| • |
ไม้โก่งงอ |
| • |
ไม้บิดตัว |
| • |
เกิดช่องว่างระหว่างแผ่น |
| • |
งานติดตั้งเสียรูป |
| • |
อายุการใช้งานลดลง |
| Heat Treatment จึงช่วยให้วัสดุพร้อมรับมือกับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้น |
|
|
หลังผ่านกระบวนการ Heat Treatment วัสดุสามารถรองรับอุณหภูมิที่สูงขึ้นได้ ช่วยลดผลกระทบจากความร้อนสะสมบนพื้นหรือผนังภายนอกอาคาร |
| เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องเจอแดดจัด เช่น |
| • |
พื้นระเบียง |
| • |
รอบสระว่ายน้ำ |
| • |
ดาดฟ้า |
| • |
ระแนงตกแต่ง |
| • |
ผนังภายนอกอาคาร |
|
|
หนึ่งในข้อดีสำคัญของ Heat Treatment คือช่วยควบคุมการเปลี่ยนแปลงของขนาดวัสดุ (Dimensional Change) |
|
ไม้สังเคราะห์ของ Infinite Home มีอัตราการยืดและหดตัวต่ำสุดเพียง 0.1% |
| • |
ลดโอกาสการโก่งงอ |
| • |
ลดการบิดตัว |
| • |
ลดการเกิดช่องว่างระหว่างแผ่น |
| • |
ช่วยให้งานติดตั้งสวยงามได้ยาวนาน |
|
|
วัสดุที่ผ่าน Heat Treatment จะมีความเสถียรของโครงสร้างมากกว่า จึงรองรับการใช้งานกลางแจ้งได้อย่างมั่นใจ แม้ต้องเผชิญกับทั้งแดด ฝน และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิตลอดทั้งปี |
|
| การอบ Heat Treatment ต้องใช้ |
| • |
เตาอบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ |
| • |
ระบบควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำ |
| • |
ระยะเวลาในการผลิตที่นานขึ้น |
| • |
ทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการควบคุมกระบวนการ |
| จึงไม่ใช่ทุกโรงงานที่จะลงทุนในกระบวนการนี้ เนื่องจากต้องใช้ทั้งเครื่องจักร เวลา และต้นทุนการผลิตที่สูงกว่า |
| Infinite Home เลือกลงทุนในขั้นตอนนี้ เพราะเชื่อว่าคุณภาพของผลิตภัณฑ์ควรมาก่อนต้นทุน |
|
| การเลือกไม้สังเคราะห์ที่ผ่าน Heat Treatment ช่วยให้คุณได้รับวัสดุที่ |
| • |
ทนความร้อนได้ดีกว่า |
| • |
ลดโอกาสการโก่งงอและบิดตัว |
| • |
มีความเสถียรของโครงสร้างสูง |
| • |
รองรับสภาพอากาศเมืองไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ |
| • |
ใช้งานได้ยาวนานและคุ้มค่าในระยะยาว |
|
| แดดเมืองไทยไม่ใช่เรื่องเล็ก และวัสดุภายนอกอาคารก็ควรพร้อมรับมือกับทุกสภาพอากาศ |
|
ไม้สังเคราะห์ของ Infinite Home ผ่านกระบวนการ Heat Treatment 55°C นาน 12–24 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มความทนทาน ลดปัญหาการโก่งงอ ควบคุมการยืด-หดตัวให้ต่ำสุดเพียง 0.1% และเพิ่มความสามารถในการทนความร้อนได้สูงขึ้นถึง 20% |
|
เพราะเราเชื่อว่า วัสดุคุณภาพ ไม่ได้วัดกันแค่ความสวย แต่ต้องพิสูจน์ได้จากมาตรฐานการผลิตที่เหนือกว่า เพื่อให้ทุกโครงการของคุณสวย ทน และมั่นใจได้ในทุกสภาพอากาศของเมืองไทย |
|
| |